• มิถุนายน 16, 2021

เวชศาสตร์การท่องเที่ยว

เวชศาสตร์การท่องเที่ยว

เวชศาสตร์การท่องเที่ยว (Travel Medicine) คืออะไร

หลาย ๆ คน อาจจะทำท่างง แม้แต่ตัวผู้เล่าเอง ยังมีความรู้สึกงง เมื่อได้ยินคำว่าเวชศาสตร์การท่องเที่ยว หรือชื่อภาษาอังกฤษที่ว่า (Travel Medicine) เป็นครั้งแรก บางคนอาจจะสามารถเดาออกหรือคุ้น ๆ ว่า “เวชศาสตร์” น่าจะเป็นอะไรที่เกี่ยวกับการแพทย์ เกี่ยวกับ โรงพยาบาล แต่ไฉนการแพทย์กลับเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเที่ยวได้อย่างไร ก็ต้องบอกก่อนว่า คำว่า เวชศาสตร์การท่องเที่ยว เป็นศาสตร์ทางการแพทย์สาขาฯ หนึ่ง ซึ่งพัฒนาขึ้นมาในช่วงประมาณ 20-30 ปีหลังมานี้  เนื่องจากว่ามนุษย์เรามีการเดินทางกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคหรือปัญหาด้านสุขภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเดินทางได้    ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่เรารู้จักกันดี  เช่น เวลาเราไปเที่ยวตามป่าตามเขา เราต้องระวังโรคไข้ป่า หรือ โรคมาลาเลีย เพราะเราเข้าไปในพื้นที่ที่มียุงก้นปล่องอยู่ ซึ่งเป็นตัวการนำโรค ถ้าเราอยู่แต่ในเมืองเราก็จะไม่มีโอกาสติดไข้มาลาเรีย แต่เวลาไปเที่ยวป่าก็ต้องระวังไว้ หรือเวลาเราเดินทางไปประเทศแถบแอฟริกาหรือเอเชียใต้ อาจจะต้องระวังโรคไทฟอยด์  ซึ่งนำโดยอาหารที่ไม่ค่อยจะสะอาด จำเป็นต้องระวังเรื่องของการกินอาหารหรือพิจารณาฉีดวัคซีนกันโรคเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า จริง ๆ แล้วนอกจากเรื่องโรคติดเชื้อต่าง ๆ แล้วเวชศาสตร์การท่องเที่ยว  ยังคลอบคลุมไปถึงสภาวะทางสุขภาพอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่ที่อาจเกี่ยวพันกับการเดินทาง เช่น ถ้าเราจะเดินทางไปในภูเขาหรือ แถบท่าสูงมาก ๆ เช่นจะไปทิเบต หรือเปรู เราอาจจะต้องระวังโรค High Altitude Sickness หรือถ้าคนเป็นโรคประจำตัวต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด จะเดินทางไปเที่ยว หรือขึ้นเครื่องบินไปในที่ไกล ๆ จะสามารถไปได้ไหม และต้องเตรียมตัวอย่างไร เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนที่เกี่ยวพันกับ เวชศาสตร์การท่องเที่ยว ทั้งสิ้น

ความสำคัญของ เวชศาสตร์การท่องเที่ยว

ความสำคัญของ เวชศาสตร์การท่องเที่ยว

          นอกจากการป้องกันโรคแล้วเวชศาสตร์การท่องเที่ยว และการเดินทางยังให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาโรคหลังการเดินทาง เช่น เราไปเที่ยวแอฟริกากลับมาแล้วมีไข้ หรือการท้องเสีย อาการเหล่านี้อาจจะเกิดการติดเชื้อจากโรคจากแอฟริกาใต้ ซึ่งอาจจะไม่เหมือนโรคที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ของเรา ดังนั้นพวกเราทุกคนที่ชอบการเดินทางท่องเที่ยวจำเป็น เป็นอย่างมากที่จะต้องเตรียมตัวให้ดีก่อนการเดินทาง และถ้ามีปัญหาสุขภาพใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างทางหรือกลับจากการเดินทางแล้ว จำเป็นอย่างมากที่จะต้องบอกหมอ เพราะหมอจะได้ทำการวินิจฉัยให้ถูกต้องจากการบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางให้หมอฟัง นอกจากนี้ปัญหาสุขภาพในนักเดินทางไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะตัวเท่านั้น แต่อาจจะมีผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากผู้เดินทางอาจเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ ทำให้มีการระบาดของโรคติดต่อข้ามประเทศ ยกตัวอย่างเช่น โรค COVID-19 ในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ส่งผลกระทบในวงกว้างได้

          สำหรับประเทศไทยหรือประเทศแถบเอเชีย ต้องยอมรับว่าการแพทย์สาขา (Travel Medicine) ไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากนัก ดังจะเห็นว่าสำหรับคนไทยแล้ว พวกเราไม่เคยคิดหรือไม่รู้มาก่อนเลยว่า ก่อนการเดินทาง ในบางครั้งต้องทำการพบแพทย์ด้วย เพื่อเช็คสภาพร่างกายและจิตใจว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนในการเดินทาง

          แต่อย่างไรก็ตามเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ในช่วง 3-4 ปีนี้ ประเทศไทยมีการพัฒนาการแพทย์สาขานี้มากขึ้น มีนักท่องเที่ยว นักเดินทาง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการที่คลินิกเวชศาสตร์การท่องเที่ยว และการเดินทางเพิ่มขึ้น และในปี พ.ศ. 2556 แพทยสภาได้ให้การยอมรับแพทย์สาขา Travel Medicine นี้ว่าเป็นสาขาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญสาขาหนึ่ง (Specialist) ซึ่งต้องการการฝึกอบรมในฐานะแพทย์ประจำบ้าน 3 ปี ปัจจุบันมีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันหลักในการฝึกอบรม ซึ่งนับว่าเป็นสถาบันแรกและสถาบันเดียวในประเทศไทยตอนนี้ (และในโลก) ที่สามารถดำเนินการฝึกอบรมดังกล่าวได้ โดยหลักสูตรการฝึกอบรมนี้ร่างโดยสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย ร่วมกับคณาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงาน

          ฉะนั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อคนไทยได้รู้จักการแพทย์สาขานี้มากขึ้น และมีแพทย์เฉพาะทางด้าน (Travel Medicine) ที่มีความรู้ความสามารถ จะช่วยให้นักเดินทางท่องเที่ยวทุกคน มีความรู้ความเข้าใจ เตรียมตัวอย่างดีทั้งก่อนและหลังการเดินทาง ซึ่งจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเป็นไปอย่างราบรื่น มีความสุข และมีสุขภาพแข็งแรงตลอดการเดินทาง

 สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวเวชศาสตร์การท่องเที่ยว แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> kungfu-toa ขอบคุณที่รับชมจร้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *