• กรกฎาคม 28, 2021

เงินกับเวลา

เงินกับเวลา

การเปรียบเทียบของมนุษย์ระหว่างคุณค่าของ เงินกับเวลา

ถ้าทำงานขาย พยายามบอกลูกค้าให้ได้ว่า เค้าจะเสียใน “ด้านของเวลา” ยังไง? ถ้าไม่ใช้สินค้าหรือบริการเรา เพราะคนเรานั้นห่วง เงินกับเวลาคนส่วนใหญ่จะให้คุณค่ากับเวลามากกว่าเงิน ซึ่งเรานั้นรู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งเดียวที่เราซื้อด้วยเงินไม่ได้ และเวลายังเป็นทรัพยากรเดียวที่ต่อให้เราจะใช้หรือไม่ใช้มันก็ยังคงลดลงเรื่อย ๆ นอกจากนั้นด้านเงื่อนไขของเวลานั้นยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการตลาดได้อีกด้วย

แคสซี โมจิลเลอร์ และเจนนิเฟอร์ อาเคอร์ จากโรงเรียนธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการทดลองเพื่อดูว่าอะไรที่ทำให้คนแวะซื้อสินค้า ระหว่าง เงินกับเวลา พวกเขาเต็มใจจะจ่ายเท่าไหร่และพึงพอใจในสินค้าที่ซื้อมามากแค่ไหน สมมุติว่าคุณกำลังปั่นจักรยานไปในวันหยุด และบังเอิญเห็นเด็กขายน้ำมะนาวอยู่ข้างทาง คุณจะแวะซื้อหรือไม่? หรือการที่คุณจะซื้อน้ำมะนาวนั้นอาจเป็นเพราะป้ายข้อความที่เขียนอยู่ข้างโต๊ะขายน้ำมะนาวหรือเปล่า? คำตอบคือ “ใช่” มันเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

การเปรียบเทียบของมนุษย์ระหว่างคุณค่าของ เงินกับเวลา

การทดลองในเรื่องของ เงินกับเวลา

การทดลองจะมีป้ายเชิญชวนทั้งหมด 3 แบบ เพื่อเทียบว่าเงินกับเวลา แบบไหนคนจะเลือกซื้อมากกว่ากัน โดยป้ายมีข้อความว่า

  1. “แวะพักสักนิดก็ได้อร่อยกับน้ำมะนาว” (เงื่อนไขด้านเวลา)
  2. “จ่ายเงินเล็กน้อยก็ได้อร่อยกับน้ำมะนาว” (เงื่อนไขด้านเงิน)
  3. “มาอร่อยกับน้ำมะนาวกันเถอะ” (เงื่อนไขควบคุม)

คนที่เดินและปั่นจักรยานผ่านร้านขายน้ำมะนาวมีทั้งหมด 391 คน พวกเขาจะยอมจ่ายในราคาระหว่าง 1-3 ดอลลาร์ต่อแก้ว นั่นหมายความว่าลูกค้าใช้ราคาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ จากแบบสอบถามพบว่าลูกค้าจะยอมจ่ายในราคาที่สูงหากแก้วที่ใช้คุณภาพดี แต่ในทางกลับกันพบว่า ป้ายที่เชิญชวน ให้แวะพักจะมีลูกค้าแวะซื้อมากกว่า 14% หรือพูดอีกอย่างคือ เงื่อนไขทางด้านของเวลานั้น ทำให้คนแวะซื้อมากกว่าเงื่อนไขด้านเงินถึง 2 เท่าเลยทีเดียว! และพวกเขายอมจ่ายในราคาที่สูงกว่าด้วย เมื่อเทียบกับคนแวะซื้อเพราะเรื่องของเงื่อนไขในด้านเงิน 7% ในขณะคนไม่ซื้อเพราะเงื่อนไขสองอย่างนี้ได้ให้กำไรในระดับกลาง ๆ นั่นแปลว่าเมื่อเราพูดกันถึงเรื่องของเวลา เราจะได้ลูกค้าและเงินมากที่สุด แต่เมื่อพูดถึงเงิน เราจะได้ลูกค้าและเงินน้อยที่สุด และไม่มีป้ายบอกอะไรเลย แต่มันจะให้ผลลัพธ์แบบกลาง ๆ นั่นเอง

นักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่า เมื่อพูดถึงเรื่องเวลา เราจะสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวได้มากกว่าการเอ่ยถึงเรื่องเงิน โดยการทดลองจะดูว่าข้อความที่เกี่ยวข้องเรื่องของเงินกับเวลา นั้นจะส่งผลอย่างไร? ต่อความคิดของคนที่ซื้อ ไอแพด โน๊ตบุ๊ก กางเกง และ รถยนต์ ผลปรากฎว่า มนุษย์จะเต็มใจซื้อมากขึ้น ยอมจ่ายแพงขึ้นและพอใจกับการของของเรามากขึ้นถ้าสิ่งนั้นให้เวลาและความเป็นส่วนตัวกับเรา แต่หากสินค้าบางประเภทที่ต้องพบปะสังคม เช่น กางเกงยีนส์ เสื้อผ้า โทรศัพท์มือถือ ของสะสมหรือรถยนต์ ก็อาจจะต้องเน้นย้ำเรื่องเงินมากกว่าเวลา เพราะมีส่วนน้อยที่ยังต้องการครอบครองสินค้าด้วยเงินมากกว่า จะเห็นว่าการนำเสนอหรือสินค้าอะไรก็ตามที่ให้ความเป็นส่วนตัว ให้ประสบการณ์ ให้เวลาแก่ลูกค้าได้จะดึงดูดคนได้มากกว่าแค่ราคา ในระยะยาว ในการทำธุรกิจเราสามารถใช้ประเมินลูกค้าหรือผู้ฟังเราได้ ถ้าพวกเขาให้ความสำคัญกับหน้าตาทางสังคมหรือการได้ครอบครอง ก็ให้พูดถึงเรื่องเงิน แต่ถ้าไม่ใช่ก็ให้พูดถึงเรื่องการประหยัดเวลาแทน

การทดลองในเรื่องของ เงินกับเวลา

ดังนั้นให้คิดเสมอว่าคนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลาและประสบการณ์อันมีค่า ซึ่งเราสามารถที่จะใช้มันสร้างเป็นธุรกิจที่เชื่อมโยงความเป็นส่วนตัวของลูกค้าได้มากกว่าการใช้เรื่องของเงินหรือการได้ครอบครองนั่นเอง

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวเงินกับเวลา แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> kungfu-toa ขอบคุณที่รับชมจร้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น