• พฤศจิกายน 1, 2021

ชาวอเมริกัน

ชาวอเมริกัน

สำนักข่าว VICE News ร่วมมือกับหนังสือพิมพ์ Guardian และบริษัทสำรวจความคิดเห็น YouGov
จัดทำโพลสอบถามว่า ชาวอเมริกัน คิดและรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งพวกเขาต้องพบกับผลที่น่าตกตะลึง
.
นั่นเพราะ ชาวอเมริกัน เกือบครึ่งยังคงไม่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ถึงแม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 69.5% จะเชื่อว่าภาวะโลกร้อนกำลังเกิดขึ้น แต่ 45% ไม่คิดว่ามนุษย์ต้องรับผิดชอบ
.
คนเหล่านี้โทษว่าโลกร้อนเกิดจาก “การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของสิ่งแวดล้อม” หรือเหตุผล “อื่นๆ” และมีถึง 8.3% ที่ปฏิเสธว่าภาวะโลกร้อนกำลังเกิดขึ้น
.
นี่เป็นเรื่องที่เหลื่อเชื่อมากเพราะคนอเมริกันเจอกับหายนะโลกร้อนหนักขึ้นต่อหน้าต่อตา
เช่น “โดมความร้อน” ที่มีอุณหภูมิร้อนจัดสูงถึง 113 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งทำให้เกิดภัยพิบัติทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก คร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยคน
.
และยังมีไฟป่าที่ทำลายสถิติ ทำลายเมืองทั้งเมืองและทำให้คนหลายพันคนต้องพลัดถิ่น ผู้เชี่ยวชาญเชื่อมโยงภัยพิบัติทางธรรมชาติกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากก็ยังหลอกตัวเองว่ามันไม่ใช่โลกร้อน
.
เรื่องไม่เชื่อและเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับแนวคิดทางการเมืองด้วย ส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน (55.4%) และพรรคอิสระ (33%) ที่จะเชื่อว่า “สาเหตุตามธรรมชาติ” คือตัวการภาวะโลกร้อน
.
ขณะที่พรรคเดโมแครต (17.2%) เชื่อแบบนั้น ส่วนคนหนุ่มสาวและผู้มีการศึกษามีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าต้องโทษมนุษย์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีนัยสำคัญ
.
พรรครีพับลิกันเป็นตัวการต่อต้านความเชื่อเรื่องภาวะโลกร้อนมาตลอดและยังสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ให้ผ่านกฎมายทำลายสิ่งแวดล้อมหลายฉบับและทรัมป์ก็ยังเป็นผู้ถอนตัวจากความตกลงปารีสอีกด้วย
.
ส่วนพรรคเดโมแครตมีนักการเมืองที่ชูประเด็นสิ่งแวดล้อมหลายคน โดยเฉพาะอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีที่เป็นนักการเมืองคนแรกๆ ที่รณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนแบบจริงจังโดยอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
.
แต่ถึงกระนั้นจากโพลล่าสุด คนอเมริกันกลุ่มใหญ่เชื่อว่านักวิทยาศาสตร์มีความเห็นไม่ลงรอยกันเรื่องภาวะโลกร้อน ผู้ตอบแบบสอบถามหลายคน (30.5%) คิดว่ามีการถกเถียงทางวิทยาศาสตร์อย่างดุเดือดเกี่ยวกับสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มี และความเห็นไปทางเดียวกันหมด
.
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างเห็นพ้องต้องกันในสัดส่วนถึง 97% หรือมากกว่านั้นว่าสโลกร้อนกำลังเกิดขึ้นเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ จากข้อมูลขององค์การนาซ่าและสมาคมวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ
.
การอ้างว่านักวิทยาศาสตร์เห็นไม่ตรงกัน เป็นส่วนหนึ่งของ “ข่าวปลอม” ที่พรรครีพับลิกันมักจะยกขึ้นมาอ้าง โดยยกนักวิทยาศาสตร์จอมปลอมและความเห็นของคนที่อ้างตัวเป็นผู้รู้เพื่อที่จะค้านวิทยาศาสตร์เรื่องภาวะโลกร้อน
.
ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ครึ่งหนึ่งของพรรครีพับลิกันกล่าวว่าพวกเขาเชื่อว่ามีความไม่ลงรอยกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์ เทียบกับเพียง 14.9% ของพรรคเดโมแครตที่เชื่อว่านักวิทยาศาสตร์ไม่ลงรอยกันในเรื่องนี้
.
อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่สนับสนุนทั้งสองพรรคก็มีเรื่องเห็นตรงกัน คนส่วนใหญ่คิดว่าบริษัทน้ำมันและก๊าซต้องรับผิดชอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อเทียบกับรัฐบาล อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ การค้าปลีก และบุคคลทั่วไป
.
และที่เห็นตรงกันก็คือ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คือ 59.4% ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำร้ายผู้คนในสหรัฐแล้ว และเกือบครึ่งหนึ่งเชื่อว่ากำลังเกิดขึ้นในชุมชนของพวกเขาเอง
.
กลุ่มคนผิวสีบอกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทำร้ายผู้คนไปแล้ว 69.2% ของคนผิวสี และ 67.7% ของผู้ตอบแบบสำรวจกลุ่มชาวละตินกล่าวว่าอันตรายจากภาวะโลกร้อนเกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกา
.
ชนกลุ่มน้อยที่เป็นกลุ่มรายได้น้อยและด้อยโอกาสกว่าได้รับผลกระทบมากกว่าคนผิวขาวที่เป็นชนชั้นกลางมากกว่า และชนกลุ่มน้อยเหล่านี้แม้จะด้อยโอกาสด้านการศึกษามากกว่า แต่พวกเขากลับตระหนักในภาวะโลกร้อนมากกว่า
.
ด้วยเหตุนี้ คนผิวสีและชาวละตินจึงมีแนวโน้มที่จะดำเนินการเชิงรุก
เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการสำรวจพบว่า 57.8% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นในกลุ่มคนผิวดำ (78.1%) และชาวละติน (72.2%)

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวชาวอเมริกัน แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> kungfu-toa ขอบคุณที่รับชมจร้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *