• สิงหาคม 31, 2021

การจัดระเบียบทางสังคม

การจัดระเบียบทางสังคม

การจัดระเบียบทางสังคม : ระดับของการจัดระเบียบ มี 3 ระบบ

  • ระดับบุคคล เป็นระดับที่อยู่ใน ขั้นพื้นฐานที่สุด ของการมี

ความสัมพันธ์ ในทางสังคม ซึ่งก็จะสามารถ เกิดขึ้นได้เมื่อมี บุคคลสองคน ที่มีความสัมพันธ์กัน ในบางประการ ซึ่งอาจจะเป็นความ สัมพันธ์ได้ทั้งแบบ ที่เป็นกันเอง และไม่เป็นกันเองก็ได้ นั่นเอง

  • ระดับกลุ่ม เป็นระดับคววาม สัมพันธ์ของสมาชิกต่างๆ ที่อาศัยอยู่

รวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งจะทำให้เกิด ความมั่นคงของกลุ่ม หรือมีการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มนั่นเอง

  • ระดับสังคม เป็นการจัดระเบียบ ของความสัมพันธ์ ในทางทั้งคม

ทั้งหมด ซึ่งมักจะมีการ จัดระเบียบในทาง สังคมที่มีความชัดเจน และมีความเกี่ยวข้อง ซึ่งกันและกัน

การจัดระเบียบทางสังคม : ระดับของการจัดระเบียบ มี 3 ระบบ

การจัดระเบียบทางสังคม : พื้นฐานเบื้องต้น

ความเข้าใจในเบื้องต้น เกี่ยวกับพื้นฐาน ในการจัดระเบียบ ของทางสังคม ซึ่งเป็นการช่วยลด การมีอคติในทางด้าน ความรู้สึกและจิตใจ และก็ยังช่วยสร้าง ความไว้วางใจ ความซื้อตรง การยอมรับนับถือ การลดความเห็นแก่ตัวลง และการกระชับความ สัมพันธ์ในทางสังคมให้มีความ มั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยพื้นฐานเบื้องต้น ของการจัดระเบียบ ของทางสังคมนั้น ก็จะมีอยู่ 4 ประการ ที่มีการจัดทำข้อมูลขึ้น เมื่อปีพ.ศ.2522 ดังต่อไปนี้

  • ระบบของเครือญาติ ก็คือพันธะในทางสังคม ที่มาจากการนับถือ

ญาติ และการนับถือว่ามี ใครบ้างที่มีความ เกี่ยวดองเป็นญาติของเรา จึงทำให้ระบบนี้นั้น มีความสำคัญสำหรับทุกสังคม เพราะถือว่าเป็น ระบบที่ทำให้ครอบครัว สามารถดำรงอยู่ได้ ด้วยการสร้าง ความผูกพันต่อกันของสมาชิก สมาชิกจึงถือว่า มีผลประโยชน์ต่อครอบครัว ที่เหนือไปกว่าผลประโยชน์ส่วนตน อย่างเช่น ครอบครัวแถบอเมริกัน เอเชีย และอินเดีย เป็นต้น ทำให้สังคมของ เครือญาติฝั่ง ตะวันตกมี ระบบเครือญาติที่ ลดความสำคัญลงไปมาก เพราะว่าครอบครัว ได้มีการสูญเสีย หน้าที่ไปหลายประการ ที่เคยมีในอดีต โดยเฉพาะในทางด้านของ เศรษฐกิจ สมาชิกที่ได้เข้ามา มีบทบาทในการ ตัดสินใจเกี่ยวกับ กิจกรรมของครอบครัว ที่น้อยลงเพราะว่า มีกลุ่มอื่นๆ ที่เข้ามาทำหน้าที่สำคัญแทน อย่างเช่น การศึกษา ศาสนา เป็นต้น

  • ระบบความจงรักภักดี หมายถึงพันธะของ ทางสังคมในขั้นมูล

ฐาน ในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งก็คือความสัมพันธ์ ส่วนตัวของบุคคล ที่เป็นผู้นำกับบุคคลที่เป็นผู้ตาม ความจงรักภักดี จึงเป็นการที่บุคคลหนึ่ง ได้มีความซื้อตรง และนับถือต่ออีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งเป็นการคาดหวัง ที่จะทำให้ผู้ที่มีความ จงรักภักดีนั้น สามารถที่จะ รักษาผลประโยชน์ ของผู้อื่นที่ตนนั้น มีความภักดีต่อบุคคลนั้น ซึ่งในฝั่งของยุโรปตะวันตก ในระหว่างช่วง คริสต์วรรษที่ 5 – 15 จึงทำให้ความ จงรักภักดีนั้น ได้กลายเป็นพันธะ เบื้องต้นที่มีความ สำคัญของความ เข้าใจเกี่ยวกับ ระบบในแบบขุนนาง ที่จะช่วยให้เรานั้น สามารถที่จะเรียนรู้ความเกี่ยวพัน ในระหว่างอำนาจกับเศรษฐกิจ นั่นก็คือ สิทธิในการมี และสิทธิในการใช้ที่ กับอำนาจของทางการเมือง ที่แม้ในกระทั่ง สมัยกลางฐานะของ ทางสังคมการสืบสายโลหิต ก็ยังคงมีความสำคัญ ต่อการจัดระเบียบ ของทางการเมือง ที่เรียกว่าการเป็น เจ้าของที่ดิน รวมถึงการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น ก็ยังถือว่าเป็น รากฐานของการใช้ อำนาจในทางการเมือง ของระบบขุนนาง ที่พยายามแก้ไข ปัญหาที่สำคัญของมนุษย์อยู่ 2 ประการก็คือ ปัญหาที่ว่าทำอย่างไร ให้มนุษย์นั้น ได้รับความปลอดภัย และทำอย่างไร ให้มนุษย์นั้นสามารถ ที่จะดำรงอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อน

  • ระบบสถานภาพ ก็คือ ตำแหน่งที่ได้มา จากการเป็นสมาชิกของ

กลุ่ม ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ และหน้าที่ของบุคคลที่ อยู่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น รวมถึงสังคมรวม โดยสถานภาพจึงถือว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับ สังคมที่มีบุคคล อยู่เป็นจำนวนมาก เพราะว่าทุกคนนั้น ไม่อาจจะที่จะทำความ รู้จักกันได้ทั้งหมด ทำให้บุคคลนั้น จะต้องติดต่อกันโดยตำแหน่งหน้าที่ อย่างเช่น ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นต้น แม้แต่บุคคลที่ ไม่เคยเห็นหน้ากัน หรือรู้จักกันเป็นส่วนตัว ก็สามารถติดต่อกันได้ โดยการอาศัย สถานภาพที่เป็น สื่อของการติดต่อ

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวการจัดระเบียบทางสังคม แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> kungfu-toa ขอบคุณที่รับชมจร้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *