• กุมภาพันธ์ 26, 2022

News

News

News หนังสือที่เขียนโดย อันเดรียส ไมล์-โนเวโล และ เครก เอ. แอนเดอร์สัน แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐไอโอวา
และเพิ่งออกมาในเดือน ก.พ.นี้ ให้คำตอบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และ (พฤติกรรม มนุษย์) หรือ (Climate Change and Human Behavior)
ว่าโลกร้อน ทำให้มนุษย์มี พฤติกรรมที่ก้าวร้าวมากขึ้น และเสี่ยงเกิดสงคราม
.

อ่านฉบับเต็ม : https://www.igreenstory.co/climatecrisis_violence/

.
การศึกษานี้เป็นเรื่องที่เราคาดไม่ถึงมาก่อน เพราะตามปกติแล้วเมื่อพูดถึงปัญหาโลกร้อนจะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ผลการศึกษานี้พบว่า เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้สมองสั่งการให้มีการหันเหไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเพื่อพยายามทำให้เย็นลง และมีผลให้คนบางคนจัดการกับอารมณ์หรือควบคุมแรงกระตุ้นไม่ได้
.
นอกจากนี้บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตภูมิอากาศ ยังมองว่าคนอื่นมีพฤติกรรมก้าวร้าวด้วย
ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเผชิญหน้าที่ไม่เป็นมิตร ซึ่งผู้เขียนพบข้อมูลที่ยืนยันหนักแน่นว่า
ภูมิภาคที่ร้อนกว่าภูมิภาคอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกมีอัตราการเกิดอาชญากรรมรุนแรงขึ้น
เช่น ในสหรัฐมีอัตราการฆาตกรรมสูง การข่มขืน และการทำร้ายร่างกายสูงขึ้นในช่วงวัน เดือน ฤดูกาล
และปีที่อากาศร้อนขึ้น แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ด้วย เช่น ความยากจนและช่วงอายุ
.
นอกจากอารมณ์รุนแรงที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น ยังทำให้โลก “เดือดขึ้น”
ในทางการเมือง เพราะวิกฤตสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดภัยแล้งที่รุนแรง ไฟป่า น้ำท่วม
และพายุเฮอริเคน นำมาซึ่งความเสี่ยงสูงต่อความหิวโหยและการขาดสารอาหาร ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และความยากจน
.

รวมทั้งมีการย้ายถิ่นไปยังพื้นที่ที่มีทรัพยากรมากขึ้นซึ่งจะนำไปสู่การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากร
ทั้งการแย่งงาน และที่อยู่อาศัย กระตุ้นให้เกิดความไม่สงบทางการเมือง และในที่สุดเกิดสงคราม
เช่น การอพยพของชาวซีเรียครั้งใหญ่ไปยังยุโรป ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านผู้อพยพในสถานที่ต่าง ๆ
เช่น เยอรมนีและสหราชอาณาจักร

Climate Central

News

Climate Central องค์กรข่าวที่ไม่แสวงหากำไรที่วิเคราะห์และรายงานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ ซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และนักข่าวด้านวิทยาศาสตร์ได้เผยภาพชุดของเมืองต่าง ๆ ของโลกหากอุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียสเทียบกับอุณภูมิสูงขึ้น 3 องศาเซลเซียส
พวกเขารวบรวมภาพของเมืองที่มีความเสี่ยงมากที่สุดโดยเฉพาะจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเทียบว่า หากร้อนขึ้น 1.5 องศา เรายังพอมีทางออกเพราะสภาพยัง “ปกติ” ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าปล่อยปละเลยหรือล้มเหลวในการควบคุมจนร้อนถึง 3 องศาเมืองส่วนใหญ่จะจมน้ำ
แต่กว่าจะถึง 3 องศา มันจะต้องใช้เวลาถึงปี 2050 หากเราไม่ทำอะไรเลย ก็จะใช้เวลา 30 ปี
กว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ทำลายล้างเหล่านี้ มันพอจะมีโอกาสที่มนุษยชาติจะแก้ไขอยู่บ้าง
แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเตือนว่าแม้แต่การลงมือทำตอนนี้ก็อาจจะสายเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ภาพเหล่านี้น่าจะช่วยให้ชาวโลกฉุกคิดได้ถึงอนาคตของพวกเขา
หมายเหตุ – น่าเสียดายที่ภาพชุดนี้ไม่มีเมืองในประเทศไทยรวมอยู่ด้วย
ทั้งที่บริเวณอ่าวไทยชั้นในหรือปริมณฑลกรุงเทพฯ ตอนใต้เสี่ยงน้ำท่วมอย่างมากหากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แต่ Climate Central ได้ทำแผนที่อินเตอร์แอ็กทีฟไว้อีกส่วนหนึ่งเพื่อให้ดูว่าถ้าอุณหภูมิขึ้น 1.5 จนถึง 3 องศา ประเทศไทยจะมีชะตากรรมอย่างไร

 สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวNews แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> kungfu-toa ขอบคุณที่รับชมจร้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น