• กรกฎาคม 7, 2021

สื่อสาร

สื่อสาร

สื่อสาร อย่างไรให้คนไทยเชื่อมั่นและฉีดวัคซีน

          การกลับมาระบาดอีกครั้งของ Covid -19 ในระลอก 3 ส่งผลด้านลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยและวิถีชีวิตของคนไทย ภารกิจใหญ่เลยตอนนี้ของรัฐบาลคือการระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน หากรัฐบาลต้องการเปิดประเทศและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆได้ตามปกติ ก็ควรตั้งเป้าหมายประชาชนให้ได้รับวัคซีนที่ร้อยละ 98 ของประชากรไทยและรัฐบาลต้องบริหารจัดการการฉีดวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทั้งการจัดหาข้อมูลให้ได้ทันต่อความต้องการกระจายวัคซีนไปในแต่ละจังหวัดอย่างทั่วถึง

อีกสิ่งสำคัญอย่างมากคือการ สื่อสาร เพื่อให้ข้อมูลสำคัญต่า งๆที่ชัดเจนเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการโน้มน้าวและสร้างความเชื่อมั่นต่อทั้งรัฐบาลและการรับวัคซีนของประชาชน ซึ่งขณะนี้ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยยังคงมีความลังเลไม่เชื่อมั่นรวมทั้งไม่ต้องการฉีดวัคซีน

จากผลสำรวจของ YouGov เมื่อต้นเดือน พ.ศ. 2564 พบว่ามีประชาชนท้ายอีกร้อยละ 40 ที่ยังลังเลหรือไม่ต้องการฉีดวัคซีนโดยมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ถ้ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่เข้ารับวัคซีน การจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เพื่อให้ประเทศกลับมาดำเนินกิจกรรมได้ตามปกตินั้นคงเป็นไปได้ยาก

ดังนั้นโจทย์ของรัฐบาลที่นอกจากต้องจัดการวัคซีนให้มีเพียงพอสำหรับให้ประชาชนฉีดแล้ว ยังต้องเร่งแก้ไขเรื่องการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นลดความลังเลและพร้อมรับวัคซีน หนึ่งในบทเรียนตัวอย่างด้านการระดมฉีดวัคซีนให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็วคือสหรัฐอเมริกาทั้งที่สหรัฐมีกลุ่มที่ต่อต้านการเข้ารับวัคซีนและมีประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวโยง แต่ก็ยังสามารถระดมฉีดวัคซีนไปได้แล้วประมาณร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรทั้งหมดภายในระยะเวลา 6 เดือนและประชาชนก็มีความต้องการฉีดวัคซีนมาก ขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบระหว่างเดือนธันวาคม 2563 กับพฤษภาคม 2564

สื่อสาร อย่างไรให้คนไทยเชื่อมั่นและฉีดวัคซีน

หลักในการ สื่อสาร ของรัฐบาลสหรัฐ

ที่ทำได้เช่นนี้รัฐบาลสหรัฐมีหลักสำคัญในการ สื่อสาร คือ ประธานาธิบดีสหรัฐกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการฉีดวัคซีนภายใต้กรอบเวลาที่เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ดำเนินการและประชาชนด้วยการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกสิ่งต่าง ๆ เช่นการสรรหาวัคซีนให้พอต่อความต้องการการต่อนโยบายเพื่อทำและใช้ชุดอุปกรณ์ป้องกันโรคเพียงพอต่อความต้องการเพื่อให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้  ในระหว่างการดำเนินงานประธานาธิบดีได้ศึกษาและแผนงานอย่างชัดเจนและให้ข้อมูลผลความสำเร็จอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอทุกช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทำให้หน่วยงานของสหรัฐ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป แต่ความเชื่อมั่นและสามารถวางแผนงานบริหารจัดการตนเองต่อไปได้

รู้จักการสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจแล้วอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในการจูงใจให้ประชาชนอเมริกันออกมาฉีดโดยรัฐบาลสหรัฐอำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้วย การกระจายจิตวัคซีนให้ทั่วถึงและเข้าถึงเรื่องเช่น ร้านขายยาใกล้ผู้ฉีด โชว์รูมรถยนต์ หรือโบสถ์ และในบางรัฐประชาชนสามารถค้นหาสถานที่ฉีดวัคซีนใกล้บ้านได้ด้วยการกรอกรหัสไปรษณีย์ผ่านทางเว็บไซต์

สร้างแรงจูงใจมากกว่าการบังคับเมื่อเช้านี้เป็นการกระตุ้นคนที่ยังลังเลในการเข้ารับวัคซีนด้วยการให้รางวัลตอบแทนหรือว่าจะเป็นโดนัทเดือนละ 1 ชิ้นตลอดทั้งปีการลดราคาค่าเข้าชมสถานที่สำคัญต่าง ๆ การให้ตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วรถไฟสำหรับการเดินทางหรือแม้กระทั่งการใช้เงินโดยให้รางวัลนี้ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐตามความเหมาะสมและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้แล้วในส่วนของข้อความที่ใช้สื่อสารเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนฉีดวัคซีนมากขึ้นก็สำคัญเช่นกันจากงานวิจัยของหน่วยพฤติกรรมศาสตร์ของประเทศอังกฤษเพราะๆข้อความที่ใช้สื่อสารนั้นมีผลทำให้ประชาชนมีความรู้สึกอยากฉีดวัคซีนมากขึ้นได้โดยมีรูปแบบที่แนะนำ  4 รูปแบบคือ 1.ข้อความที่บอกว่าฉีดเพื่อคนรอบตัวและคนที่คุณรักส่ง 2.ข้อความแนะนำให้ฉีดวัคซีนโดยแพทย์ที่น่าเชื่อถือฝาก 3.ข้อความที่บอกว่าวัคซีนจะทำให้คุณได้ใช้ชีวิตปกติอีกครั้งและ 4. ข้อความที่บอกว่าคนจำนวนมากได้รับวัคซีนแล้ว

โดยข้อความรูปแบบหนึ่งมีผลกับประชาชนอังกฤษมากที่สุดซึ่งรัฐบาลไทยเองก็ควรลงใช้ข้อความที่แตกต่างหลากหลายมากขึ้นในการสื่อสารเพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการสื่อสารกับประชาชนในแต่ละกลุ่ม

4 สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งปรับเปลี่ยนและสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ

4 สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งปรับเปลี่ยนและสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ

ภาครัฐบาลไทยคน สื่อสาร อย่างไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและทำให้คนไทยพร้อมรับวัคซีนมากขึ้น 4  รัฐบาลควรเร่งปรับเปลี่ยนคือ

  1. ออกแบบการสื่อสารโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางเริ่มจากการรับฟังประชาชนอย่างคำนึงถึงความรู้สึกและความต้องการของประชาชนเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงจากนั้นจึงออกแบบการสื่อสารข้อมูลว่าประชาชนควรได้รับข้อมูลนั้นอย่างไรด้วยความรู้สึกแบบใดและมุ่งให้เกิดการกระทำแบบใด
  2. รัฐบาลต้องสื่อสารให้ชัดเจนแล้วเข้าใจง่ายเข้าถึงได้จากหลายช่องทางและไปในทิศทางเดียวกันโดยมีการสื่อสารซ้ำอย่างสม่ำเสมอเพราะในช่วงวิกฤตนี้จะมีข้อมูลเกิดขึ้นจำนวนมากซึ่งมีทั้งที่เชื่อถือได้และข้อมูลเท็จ
  3. รัฐบาลควรให้การดำเนินงานในด้านต่าง ๆโปร่งใสเข้าถึงได้มีแผนงานที่ชัดเจนส่งข้อมูลตอนจริงทั้งในเรื่องของจำนวนผู้ติดเชื้อข้อมูลวัคซีนปริมาณวัคซีนที่เรามีไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายเพื่อสร้างความไว้วางใจจากประชาชน
  4. รักต้องเลือกจังหวะที่เหมาะสมในการศึกษาแต่ละประเด็นเช่นช่วงแก้ไขจากรายการพักผ่อนช่วงเสริมสร้างความมั่นใจหรือช่วงที่ให้ความหวังในอนาคตโดยเลือกใช้วิธีการศึกษาและให้ข้อมูลที่ให้ได้อย่างเหมาะสม

          สรุปสุดท้าย ประสิทธิภาพการสื่อสารในสภาวะวิกฤติเช่นนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนประสิทธิภาพของรัฐบาลหากกรณีเร่งแก้ไข นอกจากจะกระทบความมั่นใจของประชาชนต่อการฉีดวัคซีนแล้วอาจรวมไปถึงความเชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาลด้วย

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวสื่อสาร แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> kungfu-toa ขอบคุณที่รับชมจร้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *