• สิงหาคม 4, 2021

การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่

การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่

7 ข้อคิดทาง การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่

ใครจะคิดว่าสถานการณ์โควิด-19 นั้นจะทำให้เราต้องตระหนักเรื่องการสำรองเงินให้มากที่สุด เนื่องจากความไม่แน่นอนและปัจจัยอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้เราต้องหันมาใส่ใจ และศึกษาการบริหารเงินอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ทั้งต้องบริหารเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัว ยิ่งคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรื่องการเงินแล้วละก็ ย่อมต้องใช้เวลาและประสบการณ์ในการเรียนรู้เรื่องการเงินให้มาก หรือคนทำงานเองก็เช่นเดียวกัน เพราะโลกที่เต็มไปด้วยระบบทุนนิยม เราจึงต้องมีความรู้เรื่อง การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อรู้เท่าทันกลไกเหล่านี้ มาดู 7 ข้อคิดทางการเงินที่เราสรุปจาก The Money Coach จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ดังนี้

7 ข้อคิดทาง การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่

7 ข้อคิดทางการเงินที่เราสรุปจาก The Money Coach จักรพงษ์ เมษพันธุ์

1. อย่าก่อหนี้ “จน”

หนี้การบริโภคต่าง ๆ ที่ก่อขึ้นแล้ว จะทำให้เรามีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต , สินเชื่อส่วนบุคคล , ผ่อนของหรือแม้กระทั่งหนี้นอกระบบ เป็นต้น อย่าคิดว่าชำระขั้นต่ำไปก่อน เพราะถ้ายิ่งจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ ดอกเบี้ยก็จะยิ่งเพิ่มพูนไปอีกบางที ดอกเบี้ยนั้นอาจสูงถึง 10-20% เลยก็ได้ ดังนั้น 10 ปีแรกของการทำงาน ไม่ควรมีหนี้บริโภคเหล่านี้ จะช่วยให้เรามีแต้มต่อในชีวิตที่ดี จำไว้ว่ายิ่งอายุที่มากขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายก็จะมากขึ้นตาม ยกตัวอย่างเช่น หนี้สินทั้งหมด ซึ่งรวมกันไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ สิ่งที่ควรทำคือ สำรวจรายการค่าใช้จ่ายประจำ ในแต่ละเดือน เพื่อจำกัดวงเงินในการก่อหนี้ และเป็นการจัดสรรให้เป็นระเบียบ เช่น มีรายได้ 50,000 – เงินออม 10% (5,000 บาท) – ค่าใช้จ่ายประจำอื่น ๆ 30% (15,000 บาท) – หนี้บัตร/สินเชื่อ 40% (20,000 บาท) คงเหลือใช้จ่ายในเดือนนั้น 10,000 บาท หาร 30 วัน เฉลี่ยวันละ 333 บาท หากพิจารณาแล้วว่าไม่เพียงพอ สิ่งที่จำเป็นต้องลดคือ “หนี้ที่เราเลือกได้” และปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้เงินทันที

2. ออม 20% ของรายได้

คุณจะต้องออมให้เป็นนิสัย ยิ่งเริ่มออมเร็ว ยิ่งสร้างโอกาสมั่งคั่งได้เร็ว แม้ในช่วงแรก ๆ อาจรู้สึกลำบากใจ ที่ต้องฝืนใจในการออมบ้าง แต่พอลงมือทำไปสักพักจะเห็นว่าตัวเลขในบัญชีเริ่มเพิ่มขึ้น และเราจะมีวินัยในตัวเองมากขึ้น ซึ่งมันจะต่อยอดสู่การบริหาร การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ ในรูปแบบอื่น ๆ เช่น เริ่มต้นลองออมเดือนละ 20% ของรายได้ก่อน ประมาณว่ามีเงินเดือน 10,000 บาท ก็ให้เก็บไว้เป็นเงินออมเลย 2,000 บาท จากนั้นอีก 8,000 ที่เหลือค่อยมาจัดสรรค่าใช่จ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็นต่อไป

3. ศึกษาเรื่อง “การเงินการลงทุน”

ความรู้เรื่องการเงินนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนยาสารพัดโรค ที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการเงินได้ การเรียนรู้เรื่องการเงินและการลงทุนนั้น สามารถนำพาเราไปสู่ความมั่งคั่งในอนาคตได้ เราต้องรู้จักการต่อยอดของเงินหรือเอา “เงินต่อเงิน” หรือว่าแหล่งเงินอยู่ไหน รู้ว่าที่เสียไปมันไปที่ไหน ยกตัวอย่างเช่น ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ เป็นหนึ่งในไอดอลของนักลงทุนหลาย ๆ คนในโลก แต่ใครจะรู้บ้างว่า เคล็ดลับของเขาคือ ‘ดอกเบี้ยทบต้น’ เขาที่ไม่ได้รอแค่ผลตอบแทนเพียง 0.5-1% เท่านั้น แต่เขาเลือกที่จะต่อยอดผลตอบแทนให้เกิดขึ้นแบบทวีคูณ เช่น ดอกเบี้ยที่ 12% จะทำให้เงินลงทุนเราเพิ่ม 2 เท่าทุก ๆ 6 ปี เงินมันโตแบบนี้ 1 ล้าน..2..4..6..12..24..48..96… ดังนั้น การศึกษาเรื่องการเงิน การลงทุน เพื่อให้เราเข้าใจพลังของดอกเบี้ยทบต้น จะส่งผลต่อยอดสู่ความมั่งคั่งได้อย่างแน่นอน

7 ข้อคิดทางการเงินที่เราสรุปจาก The Money Coach จักรพงษ์ เมษพันธุ์

4. เน้นการทำงานเพื่อ “สร้างประสบการณ์”

10 ปีแรกของการทำงานหรือการเริ่มต้น อย่าหวังเพียงแค่เศษเงินไม่กี่พันบาท ที่คิดว่าเราได้น้อยกว่าคนอื่น ๆ แต่จำไว้ว่า ความรู้ซื้อหาได้ แต่ประสบการณ์หาซื้อไม่ได้ อย่าพึ่งน้อยใจช่วงแรกของการทำงานที่ได้เงินน้อย แต่จงตั้งใจทำงานและเรียนรู้จากงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จงเลือกเรียนรู้ที่จะสร้างประสบการณ์ นานวันเข้าประสบการณ์เหล่านั้นจะเพิ่มพูน จนคุณเชี่ยวชาญมากพอ ประสบการณ์เหล่านี้ จะให้เม็ดเงินคุณไม่รู้จบ มากกว่าทำงานเพื่อแลกเงินไปเรื่อย ๆดังนั้นกุญแจสำคัญคือสะสมประสบการณ์เกี่ยวกับ การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ ให้มาก แล้วรู้มูลค่าในตัวเอง มูลค่าเหล่านั้น จะนำพาตัวเงินมาให้เราได้อย่างมหาศาลและทวีคูณ

5. “สร้างทรัพย์สิน” ก่อน “ซื้อหนี้สิน”

ถ้าคุณอยากมีอิสระทางการเงิน จะต้องรอคอยความสำเร็จให้เป็น เพราะข้อนี้จะวัดกัน ที่ความอดทนว่าจะจนหรือจะรวย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์หรือหนี้ก้อนใหญ่ ถ้าอยากจะซื้อพยายามคิดหาวิธีสร้างทรัพย์สินก่อนซื้อหนี้สินให้ได้ จะได้ไม่เป็นภาระทางการเงิน จำไว้ว่าคนที่ประสบปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่ มักซื้อหนี้สินและใช้ความสะดวกสบายก่อน ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จด้านการเงินนั้น จะอดทนสร้างทรัพย์สิน เพื่อให้ทรัพย์สินผ่อนจ่ายหนี้สินให้ตัวเองแทน

6. ทำอะไรให้นึกถึง “วันข้างหน้า” เสมอ

คุณลองถามตัวเองดูว่า สิ่งที่ทำวันนี้จะเป็นหนึ่ง ในความสำเร็จของเราในอนาคตเราหรือไม่? ถ้าใช่ใส่ให้หนัก ถ้าไม่ใช่ก็หลีกเลี่ยง อีกเรื่องการเตรียมตัวเพื่อให้รับมือกับวิกฤตทาง การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เจ็บป่วย ตกงาน หรือเสียชีวิต ทั้งหมดนี้ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น “ศัตรูของเงินออม” อาจมาในรูปแบบของเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เราจึงต้องเตรียมตัวรับมือ เช่น การทำประกันรับมือความเสี่ยง เป็นต้น

7. จบความกังวลทางการเงินให้ได้ในวัยก่อน 40

7. จบความกังวลทางการเงินให้ได้ในวัยก่อน 40

หากเป็นเรื่องเกษียณอายุทางการงานนั้น แล้วแต่คุณว่าอยากจะหยุดทำงานเมื่อไหร่ แต่หากเป็นเรื่องทางการเงินแล้ว เราควรหมดกังวล ตั้งแต่ช่วง 40 ปี การหมดความกังวลได้เร็ว จะทำให้เรามีเวลาในชีวิตเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลากับงานอดิเรกที่เรารักดูแลครอบครัว ท่องเที่ยวแบบไร้ความกังวล ทำงานเพื่อสังคมได้ โดยไม่ต้องห่วงปากท้อง ซึ่งน้อยคนที่จะทำได้

ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีเงินเก็บถึง 100 ล้าน หรือ 1,000 ล้าน แต่หมายถึง เราต้องสามารถจัดสรรเรื่องการเงิน ให้เราได้เป็นอิสระทางการเงินได้ มีเงินพอกินพอใช้ ทั้งครอบครัว มีเงินสำรองเผื่อเหลือเผื่อขาด เป็นต้น ลองคำนวณจากพฤติกรรมการใช้เงินของเรายามเกษียณและบรรลุให้ถึงเป้าหมายนั้น ในวิกฤติโควิดทำให้เราเห็นแล้วว่าการสำรองเงินและบริหาร การเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ นั้นเป็นเรื่องสำคัญและใกล้ตัวมาก หมั่นศึกษาอยู่ตลอดเวลา 7 ข้อคิดเหล่านี้ เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยพาตัวเราจากปัจจุบันไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ เปลี่ยนจากความฝันให้เป็นความจริง เพื่อนำไปตอบสนองให้กับชีวิตเราในหลาย ๆ ด้าน โดยไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวการล่าปลาหรือความรู้ แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> kungfu-toa ขอบคุณที่รับชมจร้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *